TOP

หากเมนูไม่แสดง Click ..

ลิงค์วัดต่างๆ
วัดท่าการ้อง
วัดประดู่ทรงธรรม
โทรทัศน์
ช่อง 3 ช่อง 5
ช่อง 7 ช่อง 9
ช่อง 11 ช่อง ITV
UBC Nation
โทรศัพท์
GSM 1-2-Call
DTAC Dprompt
Orange Hutch
True TOT
ส่งข้อความ
MobileQ 152
GSM DTAC
ข่าว/หนังสือพิมพ
เดลินิวส์
กรุงเทพธุรกิจ
กระแสหุ้น
ข่าวสด
คม ชัด ลึก
ฐานเศรษฐกิจ
โพสต์ทูเดย์
ไทยโพสต์
ไทยรัฐ
แนวหน้า
บ้านเมือง
ประชาชาติธุรกิจ
ผู้จัดการ
มติชน
สยามกีฬา
สยามธุรกิจ
สยามรัฐ
Bangkok Post
INN





eXTReMe Tracker



รายนามผู้บริจาค
แปลนรูปโครงสร้างพระ
ความคืบหน้าการก่อสร้าง

  เป็นพระพุทธปฏิมากรปางมารวิชัยทรงเครื่องกษัตริย์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เททองหล่อองค์
์พระด้วยโลหะทองเหลือซึ่งทางสำนักฯได้ดำเนินการก่อสร้างขึ้นเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เคารพและ
สักการะบูชาเป็นตัวแทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ใว้ในบวรพระพุทธศาสนาให้ดำรง
อยู่
สถาพรไปจนชั่วกาลนาน

1. เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาไว้ในบวรพุทธศาสนา และสือพระศาสนา
2. เพื่อถายเป็นพระราชกุศลอุทิศให้แด่ดวงพระวิญญาณของพระมหากษัตริย์ไทยยยยทุกๆ พระองค์
3.เพื่อถวายเป็นบุญกุศลแด่ พรหม เทพเทวดาทั่วทุกสากลพิภพ และเทวดาผู้รักษาพระศาสนาพร้อม
    ทั้งพระสยามเทวาทิราชทุกๆ พระองค์
4 .เพื่อถวายเป็นบุญกุศลแด่ บุพการี และผู้มีพระคุณต่อแผ่นดินไทยทุกท่าน
5. เพื่อถวายเป็นบุญกุศลแด่ บิดา มารดา พระอุปัชฌาย์ ครูบาอาจารย์ ญาติมิตร และเจ้ากรรมนาย
    เวรทั้งหลายทั้งปวง
6. เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแดองค์พระประมุขของชาติ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ด้วยความ
    รำลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย
7. เพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมทางพระศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปในภายภาคหน้า
8. เพื่อให้เป็นปูชนียพุทธปฏิมากร ที่สำคัญที่เคารพสักการะบูชาของพุทธศาสนิกชน
พระประธานขนาดใหญ่ ต้องสร้างหุ่นองค์พระจำลองเท่าองค์จริงก่อน แล้วจึงถอดแบบออกมาเททอง
หล่อเป็นส่วนต่างๆ จำนวน 2599 ส่วน เมื่อเททองหล่อแต่ละส่วนแล้ว จึงนำมาประกอบเข้ากันเป็น
องค์พระ ในการเททอง หล่อพระแต่ละชิ้นใช้ทุนทรัพย์ เป็นค่าใช้จ่ายจำนวนเงิน 36,999 บาท ต่อ
1 ส่วนองค์พระ (หุ่นจำลององค์พระจะเริ่มก่อสร้างในวันที่ 19 มีนาคม 2549 เป็นต้นไป) หากท่านมี
ความประสงค์จะเป็นเจ้าภาพหล่อองค์พระด้วยตนเองหรือหมู่คณะ กรุณาแจ้งล่วงหน้าเพื่อที่ทางวัด
จะได้จัดเตรียมพิธีเททองให้ล่วงหน้า ส่วนกำหนดการทำพิธีเททองนั้น  ให้ทางเจ้าภาพกำหนดวัน
ได้เองตามความเหมาะสม เจ้าภาพเททองหล่อพระ 1 ส่วนองค์พระ หรือ 1 ครั้ง ใช้ทุนปัจจัยเป็นจำ
นวน 36,999 บาท โดยสามารถแบ่งการบริจาคได้เป็น 3 ส่วน  หรือบริจาคทั้งหมดตามกำลังศัทธา

การบริจาค
ส่วนที่ 1 จำนวน 15,000 บาท
ส่วนที่ 2 จำนวน 10,000 บาท
ส่วนที่ 3 จำนวน 11,999 บาท

การสร้างพระประธานองค์ใหญ่เป็นบุญกุศลสูงส่ง ต้องใช้ทุนทรัพย์เพื่อดำเนินการต่างๆ เช่นการ
ปรับถมพื้นที่ การลงรากฐานพร้อมเสาเข็มและแท่นรองรับองค์พระผู้มีจิตศรัทธาจะร่วมทำบุญกับ
ทางวัดได้ดังนี้
1.บริจาคเป็นวัสดุก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก อิฐ หิน ทรายและไม้
2.บริจาคสิ่งของหรือภาชนะต่างๆ เช่น ขันน้ำ โตก และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ทำด้วยเงิน ทองเหลือง
และทองแดง เพื่อนำมาหลอมหล่อองค์พระ
3.บริจาคปัจจัยสมทบทุนด้วยตนเอง หรือ หมู่คณะ ตามกำลังศรัทธา
4.จัดทอดผ้าป่าสามัคคีถวายในการก่อสร้างองค์พระ
5.ช่วยแนะนำหรือเชิญชวนผู้ใจบุญให้มาร่วมสร้างองค์พระ
6.บริจาคทรัพย์ซื้อทองเหลือที่ทางวัดจัดไว้จำหน่ายแก่ผู้ที่มาร่วมทำบุญหล่อองค์พระ


คนไทยโบราณมีความเชื่อในหลักคำสอบของพระพุทธศาสนายึดมั่นเป็นประเพณีสืบทอดต่อๆ กัน
มาว่าอานิสสงส์ผลบุญของการสร้างพระประธานหรือทำบุญร่วมสร้างพระประธานผู้นั้นย่อมได้รับกุ
ศลผลบุญอย่างมหาศาลหาค่าเปรียบประมาณมิได้ผู้ที่มีโอกาสเททองหล่อพระด้วยตนเองหรือมีส่วน
ในการสร้างจะมีบุญวาสนาสูงส่งเป็นมงคลอันล้ำค่าแห่งชีวิต
1. ผู้นั้นจะมีอำนาจวาสนาดี มีตำแหน่งเกียรติยศ ชื่อเสียงเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าในการงานและ
กิจการอื่นๆ
2. จะได้รับความสุขกาย สุขใจ อุดมสมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ และบังเกิดลาภผลมาก
3. เป็นที่รักและเคารพแก่มนุษย์และเทพดาให้ความคุ้มครองรักษา
4. เจ้ากรรมนายเวร อโหสิกรรมให้
5. เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ - ผู้มีพระคุณทุกท่าน เป็นบุญกุศลสูงส่งมาก
6. ได้รับทิพยสมบัติและพระนิพพานสมบัติต่อไปในภายภาคหน้า
7. ผลบุญแห่งการสร้างพระประธานจะเป็นผลส่งให้ได้เกิดมาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ กษัตริย์ มหาเศรษฐี คหบดี ในทุกภพทุกชาติ
8. จะมีรูปร่างงดงาม สติปัญญาดี มีฤทธานุภาพและอายุยืนนานในภายภาคหน้า
9. เคราะห์กรรม ทุกข์โศกโรคภัย และอุปสรรคต่างๆ จะบรรเทาเบาบางหายไป
10. ปฏิบัติธรรมเข้าถึงกระแสแห่ง มรรค ผล พระนิพพานได้เร็วขึ้น

พระพุทธปฏิมากรทรงเครื่องกษัตริย์ เป็นศิลปกรรมที่ได้จัดสร้างขึ้นมาแต่ครั้งโบราณกาล พระประ
ธานทรงเครื่องกษัตริย์นั้น หมายถึง พระวิสุทธิเทพ หรือ พระทรงเครื่องพระนิพพาน เป็นเทพผู้ที่
บริสุทธิ์สุงสุดมีดวงจิตสะอาดหมดจดจากกิเลสทั้งปวงเป็นสัญลักษณ์หรือตัวแทนที่เคารพกราบไหว้
บูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระพุทธปฏิมากรทรงเครื่อง กษัตริย์ สร้างขึ้น
ด้วย ความรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัทตริย์ไทยทุกๆ พระองค์ตั้งแต่สมัยโบราณ
จนถึงปัจจุบัน ที่ทรงปกป้องคุ้มครองรักษาผืนแผ่นดินไทยให้ลูกหลานไทยได้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขมา
จนตราบเท่าทุกวันน
ี้
คำว่า "พระมหาชนกมุนีฯ"
หมายถึงพระบิดาผู้ประเสริฐสูงส่งยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่พระองค์ทรงตัสรู้ เป็นพระโพธิญาณสัมมา
สัมพุทธเจ้า ทุกๆพระองค์ แล้วทรงโปรดสอนเวไนยสัตว์ให้พ้นจากทุกขภัยในวัฏฏสงสาร
คำว่า "พระมหาชนก"
หมายถึงพระนามของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ทรงพระนามว่า สมเด็จพระพุทธสมณโคดม ซึ่งใน
อดีตชาติ ได้เกิดมาเสวยเป็นพระโพธิสัตว์
คำว่า "พระมหาชนก"
หมายถึงพระนามที่ประชาชนยกย่องเทิดทูนพระมหากษัตริย์ไทย ที่ทรงปกครองไพร่ฟ้าประชาชน
ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขด้วย ทศพิธราชธรรม
คำว่า "พระมหาชนก"
หมายถึงพระคุณของพ่อแม่ผู้บังเกิดเกล้า ที่ลูกทุกคนควรมีความกตัญญูกตเวทีที่ท่านได้เป็นผู้ที่ก่อ
ให้กำเนิดสายโลหิตและอบรมเลี้ยงดูให้ลูกเป็ฯคนดีมีศีลธรรมเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ

พระมหาชนก เป็นพระนามของพระโพธิสัตว์ที่ได้กำเนิดมา บำเพ็ญวิริยะบารมี ก่อนที่จะมาตรัสรู้
เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงเป็นโอรสของกษัตริย์ผู้ครองเมืองมิถิลา แต่พระ
บิดาได้สวรรคตในการรบกับพระอนุชา เมื่อถูกยึดพระนคร พระมารดาทรงอุ้มพระครรภ์หลบหนี
มาอยู่ที่ เมืองจัมปาลกะ ทรงคลอดพระโอรถทรงพระนามว่า "มหาชนก" เมื่อโตขึ้น ได้อ้อนวอนพระ
มารดาขอไปค้าขายที่ เมืองสุวรรณภูมิ (เมืองไทยในปัจจุบัน) กับพ่อค้า 700 คน เพื่อมาหาทุนมาใช้
เป็นทุนเพื่อการรบแย่งชิงเมืองของพระบิดากลับคืน ตามที่ได้ทราบความจริงจากพระมารดา และ
ได้ออกเดินทางมาในเรือสำเภาที่โต้คลื่นลมพายุมาจนเรือแตกอัปปางในมหาสมุทร พ่อค้าทั้ง 700
คน ต่างสวดอ้อนวอนให้เทพเทวดาช่วยแต่ก็ถูกปลาและเต่ากัดตายทั้งหมด ส่วนพระมหาชนกนั้น
ทรงใช้สติปัญญาด้วยความวิริยะอุตสาหะว่ายน้ำอยู่ในทะเลเป็นเวลานานถึง 7 วัน นางมณีเมฆขลา
เทพสมุทร เกิดความศรัทธาและสงสาร จึงอุ้มไปไว้ท้ายอุทยานในเมือง มิถิลา ซึ่งตรงกับการสิ้นพระ
ชนม์ของพระเจ้าอาพอดี และเป็นช่วงจังหวะที่อำมาตย์เสี่ยงทายราชรถ อันเชิญพระองค์เข้าไปเป็น
กษัตริย์แทนพระบิดาสมปรารถนา และ อภิเษกสมรสกับ เจ้าหญิงสีวลี ทรงปกครองแผ่นดินด้วย
ทศพิธราชธรรม บ้านเมืองจึงอยู่เย็นเป็นสุข ทรงสั่งสอนประชาชนให้มีความรักสามัคคี อยู่ในศิล
ธรรมอันดีงาน ภายหลังต่อมาทรงเบื่อหน่ายในราชสมบัติหนีออกไปบำเพ็ญเพศบรรพชิตอยู่ในป่า
หิมพานต์พร้อมกับพระนางสีวลี ข้าราชบริพาร และ ประชาชนที่ติดตามไปเป็นจำนวนมาก ทรงบำ
เพ็ญญานสมาธิจนดับขันธเข้าสู่พรหมโลก
พระมหาชนก ทรงเป็ฯกษัตริย์ที่มีพระจริยาวัตรงดงาม ทรงมีพระปรีชาญาณปกครองไพร่ฟ้าประชา
ชนอยู่อย่างสงบสุข ทรงได้ทำนุบำรุง พระนคร จนเจริญรุ่งเรือง ทรงรักประชาชนเหมือนพ่อกับลูก
มีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ผู้มีพระคุณ ด้วยความวิริยะอุตสาหะของพระองค์ ทรงรอดพ้นจาก
ความตายในมหาสมุทร และได้เมืองของพระบิดากลับคืนมา พระจริยาวัตรของพระมหาชนกที่ทรง
เพ็ญมานี้มีส่วนคล้ายกับการบำเพ็ญพระจริยาวัตรขององค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาล
ปัจจุบัน ของไทยเราเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงเป็น "สมเด็จพ่อ" ของพสกนิกรชายไทยทั่วทั้งประ
เทศทรงเจริญรอยตามพระมหาชนก กษัตริย์ผู้ครอง กรุงมิถิลามหานคร ทุกประการ


วัดหน้าวัว ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำลพบุรี หมู่ที่ 4 ตำบลเจ้าปลุก อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
บริเวณที่ตั้งของวันนี้ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้มีปรากฏชื่อว่า (ทะเลมหาราช หรือ ทุ่ง
มหาราช) ซึ่งเป็นสถานที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับสมเด็จพระเอกาทศรถได้เคยยกกองทัพ
เข้าสู้รบกับพม่า จนได้รับชัยชนะทำให้ข้าศึกศัตรูแตกพ่ายไปหลายครั้ง วัดหน้าวัวนี้เป็นวัดเก่าแก่
โบราณสร้างในสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา มีอายุประมาณ 300 ปีเศษ ใน
สมัยนั้นพระองค์ได้เสด็จมาตามลำน้ำลพบุรีเพื่อไปสร้างเมืองลพบุรี และได้ทรงสร้างปราสาทจตุรมุข
ไว้เป็นที่ประทับพักแรม พร้อมด้วยเรือนพักรับรองคณะฑูตานุทูตชาวต่างประเทศและข้าราชบริพาร
ที่ตามเสด็จอยู่ในบริเวณด้านเหนือของวัด ดังมีหลักฐานปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุบันทึการเดินทาง
มายังประเทศสยามของฝรั่งเศสที่ได้บันทึกไว้ และได้ทรงสร้างวัดนี้ถวายไว้ในบวรพระพุทธศาสนา
ภายหลังสิ้นแผ่นดินของพระองค์ สิ่งก่อสร้างต่างๆ ได้ถูดทอดทิ้งขาดการดูแล จึงชำรุดทรุดโทรมไป
ตามกาลเวลา สันนิษฐานว่าคงเป็นภายหลังที่พม่ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา และเสียกรุงให้กับพม่า
วัดวาอารามถูกทำลายแทบทุกหนแห่ง วัดหน้าวัวจึงถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า ไม่มีพระสงฆ์มา จำ
พรรษาและเป็นวัดร้างมาประมาณ 100 ปีเศษมาแล้ว ในปี พ.ศ. 2536 คณะชาวบ้าน ทายก และ
ทายิกา ได้ช่วยกันบูรณปฏิสังขรณ์กุฏิสงฆ์และเสนาสนะใหม่ให้เจริญขึ้น มีการอบรมเผยแพร่ความ
รู้ทางพระพุทธศาสนาให้กับพระภิกษุสงฆ์ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา เป็นประจำ ในปีหนึ่งๆ จะมีพระ
สงฆ์และผู้เข้ามาปฏิบัติธรรมประมาณ 300-400 รูป ที่ดินของเดิมมี 16 ไร่ ต่อมาทางวัดได้ทำการจัด
ซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อขยายเขตธรณีสงฆ์ออกไปอีก 36 ไร่ รวมเป็นที่ดินของวัด 52 ไร่ ปัจจุบันมีพระสงฆ์
จำพรรษาอยู่ 7 รูป วัดหน้าวัว มีพระอุโบสถเก่าแก่ที่ทรุดโทรมมาก หลังคาได้หักพังลงไปหมดแล้ว
เหลือแต่เพียง หลวงพ่อทรงธรรม หรือ หลวงพ่อยิ้ม เป็นพระประธานกลางแจ้งอยู่ในพระอุโบสถเท่า
นั้น หลวงพ่อยิ้ม เป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือในย่านละแวกใกล้เคียงและ
ต่างจังหวัด มีผู้เดินทางมาสักการะบูชาอธิษฐานขอพรให้ประสพความสำเร็จในชีวิตและมีโชคลาภ
สมความปรารถนา ผู้ที่นับถือเป็นจำนวนมากต่างพากันมาเคารพกราบไหว้ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
เป็นอย่างยิ่ง ขณะนี้ทางวัดกำลังพัฒนาเพื่อให้เป็นสูนย์กลางการปฏิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนาที่
สำคัญแห่งหนึ่ง จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ร่วมกันบริจาคทรัพย์ในการก่อสร้างถาวรวัตถุ
ต่างๆ ให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น ให้เป็นสถานที่รักษาความดีของพระพุทธศาสนาต่อไปในภายภาคหน้าจน
ตลอดกาลนาน..
ประธานดำเนินงานฝ่ายสงฆ
พระครูใบฏีกาดำรงคค์ กัลยาณจิตโต
 
พลเรือตรี รุ่งรัตน์-คุณสุวดี บุญยรัตพันธุ์ ประธานกรรมการ
พ.อ.(พิเศษ) อาจศึก สุวรรณธาดา รองประธาน
น.อ. ไพรัช-น.ท.หญิง ปิยนาฏ เทียนศิริฤกษ์ รองประธาน
อาจารย์สุภานิชชา พลศรี รองประธาน
คุณนงลักษณ์ แซ่บ่าง รองประธาน


คณะประธานอุปถัมภ
คุณปิยะ จินดามณีพล
คุณชุน-ม่วย บัญชาจารุภรณ์
คุณนุกูล เฉลิมวัฒน์
คุณประภพ ประสารแก้ว
คุณเพ็ญภัทร อุทัยสินธุเจริญ
คุณณัชพล วสุธาพุฒิพงศ์
คุณอุเทน-เรณู ไตรทิพย์
คุณสมยศ บุญฉ่ำ


สำหรับผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพเททองหล่อพระองค์ใหญ่
ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ท
ี่
0-2909-9880,0-1459-2534


หรือติดต่อได้โดยตรงที่วัดหน้าวัว
โทร.035-386308,0-16666742,0-1570-8234,0-1860-8998,0-1899-6011

ร่วมสร้างและสะสมบุญโดย ธรรมะมงคลทัวร์





eXTReMe Tracker


DMMTOUR.COM