TOP

ลิงค์วัดต่างๆ
วัดท่าการ้อง
วัดประดู่ทรงธรรม
โทรทัศน์
ช่อง 3 ช่อง 5
ช่อง 7 ช่อง 9
ช่อง 11 ช่อง ITV
UBC Nation
โทรศัพท์
GSM 1-2-Call
DTAC Dprompt
Orange Hutch
True TOT
ส่งข้อความ
MobileQ 152
GSM DTAC
ข่าว/หนังสือพิมพ
เดลินิวส์
กรุงเทพธุรกิจ
กระแสหุ้น
ข่าวสด
คม ชัด ลึก
ฐานเศรษฐกิจ
โพสต์ทูเดย์
ไทยโพสต์
ไทยรัฐ
แนวหน้า
บ้านเมือง
ประชาชาติธุรกิจ
ผู้จัดการ
มติชน
สยามกีฬา
สยามธุรกิจ
สยามรัฐ
Bangkok Post
INN





eXTReMe Tracker

บทสัมภาษณ์หนังสือแก้จน
ปีที่ 3 ฉบับที่ 35 ประจำเดือน กันยายน 2549
เรื่อง โดย เพชรภี ปิ่นแก้ว ภาพ ไพรัช สุนทรชัย

คัดลอกจากหนังสือโดย GMC
รำแก้บน แปลง "ความเชื่อ เป็นรายได้"
ความเชื่อกับคนไทยเป็นของคู่กัน ตราบใดที่คนยังตกงาน หวยยังออก นักศึกษายังต้องสอบ รับรองว่าอาชีพรำแก้บนก็ยังคงอยู่

หมวย-สายพิณ ลือชา อดีตอาจารย์นาฏศิลป์ ปัจจุบัน เธอทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง นั่นก็
คือ ทัวร์แห่งนี้นี่เอง ซึ่งทำไปพร้อมๆ กับรับจ้างรำแก้บนไปด้วย

"งานหลักของหมวยคือรับจัดทัวร์ทั้งในและต่างประเทศทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ วอล์กแรลลี ฮันนีมูน
ทัศนศึกษา อบรม สัมมนา ฯลฯ แต่จะเน้นทัวร์สายบุญซะมาก แต่สำหรับงานรับจ้างรำแก้บนนั้น หมวยเริ่มรับตั้ง
แต่เป็นอาจารย์สอน โดยครั้งแรกคิดแค่เป็นการหารายได้เสริมจากงานสอน ก็จะรับรำทุกรูปแบบของงาน ไม่ว่า
จะเป็นงานแต่งงาน งานรำโชว์ตามโรงแรมและสถานที่ต่างๆ รวมทั้งรำหน้าศพ ฯลฯ แต่ระยะหลังๆ มาหมวยไม่
กล้ารับงานรำหน้าศพอีกแล้ว เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่ง ไปรับงานรำหน้าศพ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กำลังรำอยู่ดีๆ โลงได้
ตกมาแตก ศพหลุดจากโลงกลิ้งตกมานอนอยู่ใกล้ๆ พอรู้ว่าศพตกลงมาเท่านั้นแหละ ตูไม่สนแล้วชุดรำ สไบ ผ้าธง
ผ้าถุง วิ่งหน้าตั้งแบบไม่คิดชีวิต ซึ่งก็มีคนวิ่งหนึก่อนหมวยนำหน้าไปนะคะ แต่หมวยวิ่งเร็วกว่า วิ่งไปจนถึงหน้า
วัดก็ทำอะไรไม่ถูกสั่นไปหมด แหม่ขนาดพระยังวิ่ง แล้วเราจะอยู่ทำไม(หัวเราะทั้งน้ำตา) พอเริ่มตั้งสติได้ก็ค่อยๆ เดินเข้ามาในงานแต่ยังไม่ได้เข้าไปในงานพบญาติเจ้าของงานศพซึ่งก็วิ่ง 4 x 100 ตามมากับหมวยด้วย หมวยก็
เข้า ไปใหว้แล้วบอกกับพี่เค้าว่า พี่ๆ หนูหมวยไม่ไหวแล้ว หนูขอกลับบ้านเลยนะคะ งานนี้หนูไม่คิดค่าตัวค่ะพี่ ฟรี
ค่ะพี่ ฟรี ซึ่งตั้งแต่นั้นมาหมวยก็ไม่เคยรับงานรำหน้าศพอีกเลย(หัวเราะ แบบเริงร่า) "

"จนวันที่ลาออกเพื่อมาทำธุรกิจส่วนคัว ก็ห่างหายจากนาฏศิลป์ไปพักหนึ่ง ระหว่างนั้นในใจก็ยังจะคิดถึงนาฏศิลป์
อยู่ตลอดเวลา อาจจะเพราะความี่เรายังรักในการรำ และเชื่อว่าธรรมชาติของนาฏศิลป์นั้น ถ้าเราทิ้งไปนานๆ ก็
ทำให้ลีลาท่าทางความอ่อนช้อยไม่เหมือนเดิม และอีกอย่างใจรักด้วย จึงหันกลับมารับจ้างรำในงานพิธีต่างๆเพื่อ
เป็นการฝึกฝนฝีมือตัวเอง และยังเป็นเการอนุลักษ์ศิลปของไทยไปในตัวอีกทางหนึ่งด้วย"

"ระหว่างที่ทำธุรกิจทัวร์อยู่นั้น หนึ่งในโปรแกรมทัวร์ที่เธอทำ คือทัวร์บุญ ทัวร์ไหว้พระ ๙ วัด และ ๙ เกจิอาจารย์
ดังใน ๑ วัน นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอมองเห็นช่องทางในการกลับไปรับงานรำแก้บนต่อ ซึ่งธรรมชาติของคน
ไทยนั้น เมื่อไหว้พระแล้วก็มีการขอพร ขอพระสิ่งศักดิ์สิทย์ไม่พอ บางคนมีการบนบานเรื่องต่างๆ ซึ่งถ้าบนบาน
พระมหากษัตริย์ และเทพต่างๆ คนไทยมักนิยมถวาย ไข่ต้ม ข้าต้ม นางรำ ฯลฯ จุดนี้เองที่ทำให้มีงานรำแก้บนเข้า
มาเรื่อยแบบไม่ขาดสายจนแทบจะรับไม่ไหว "

ปัจจุบัน การให้บริการ จะแบ่งออกเป็น "ชุดเล็ก" โดยมีนางรำคนเดียว ใช้เพลงจากเทปเช่นเดียวกับ"ชุดกลาง"
แต่จะแตกต่างกันที่มีจำนวนนางลำ เพิ่มขึ้นมา เป็น 3 คนเป็นอย่างต่ำ ส่วน "ชุดใหญ่"จะมีนางรำตั้งแต่ 5 คนขึ้น
ไป และใช้เครื่องดนตรีไทยทั้งชุดบรรเลง ซึ่งลูกค้าจะมีตั้งแต่นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ไปจนถึงคนวัย 70 ปี

คนวัยทำงานเป็นกลุ่มคนที่จะเข้ามาใช้บริการมาก แต่จะน้อยกว่าคนในกลุ่มนักเล่นหวย ซึ่งส่วนใหญ่จะบนเรื่อง
ขอให้สมหวังในความรัก หน้าที่การงาน ถัดมาก็จะเป็ฯนักศึกษาที่ขอให้เรียนจบสอบผ่าน และกลุ่มสุดท้ายคือนัก
เล่นหวย โดยค่าจ้างนั้นจะแตกต่างกันไปตามประเภทของนางรำซึ่งหากเป็นชุดใหญ่ ราคาจะเริ่มต้นที่ 8,000 บาท
เนื่องจากจะต้องมีค่าวงดนตรีไทย ส่วนชุดกลางราคาก็จะลดลงมาตามลำดับ ขึ้นอยู่กับเพลงที่รำและระยะทางด้วย
ค่ะ

เธอเล่าต่อไปอีกว่า การรับงานแต่ละครั้งนั้น เธอจะรับงานล่วงหน้า 3 วัน เพื่อเตรียมตัว รวมทั้งถือศีล ๘ ก่อนรำ
แก้บน ๑ วัน พอถึงวันจริง เธอต้องไปถึงที่นัดหมายด้วยชุดที่พร้อมทำงาน ซึ่งชุดแต่งกายที่ใช้ประจำจะเป็น ชุด
จีบหน้านาง โดยจะใช้เวลาในการรำแก้บนและบวงสรวงประมาณ ครึ่งชั่วโมงก่อน โดยเริ่มจากพิธีถวายธูปเทียน
แพ ถวายตัว และบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเป็นอันดับแรก

เพลงที่ใช้ในการรำแก้บนนั้นส่วนใหญ่จะใช้อยู่ไม่กี่เพลง เช่น เพลงเทพบันเทิง พุทธานุภาพ อวยพรอ่อนหวาน
และ เชิญพระขวัญ แต่สิ่งสำคัญต้องถามลูกค้าให้แน่ใจว่าลูกค้าบนกับใคร เช่น เทพ เทวดา ศาลพระภูมิ ศาลปู่ย่า
หรือบรรพบุรุษ ฯลฯ และเขาบนไว้ว่าอะไรอย่างไร เครื่องนางรำเป็นอย่างไร หรือต้องรำเพลงอะไรหรือไม่(ถ้ามี)
แต่ถ้าไม่ได้อ้างหรือกำหนดเอาไว้ เราจะถึอตามแบบของเรา คือถ้าเป็นการแก้บนศาลใหญ่ๆ เช่น ศาลพระศิวะ
ศาลพระพรหม ก็จะใช้เพลงดาวดึงส์ เทพบันเทิง แต่ถ้าเป็นเทพทั่วๆ ไป เพลงเชิญพระขวัญนั้นจะใช้ได้เกือบทุก
งานเลยค่ะ

มีลูกค้าบางคนที่ไปบนตามสถานที่ส่วนตัวเช่น โรงแรม แล้วพอสมหวังตามที่บนไว้ ก็จะไปแก้บน ปรากฏว่าทาง
โรงแรมบ้างแห่งไม่อนุญาตให้เข้าไปทำพิธีก็มี ซึ่งหมวยก็จะแนะนำให้เป็นการรำแก้บนกลางแจ้ง ซึ่งไม่ไกลไป
จากที่บนไว้จากนั้นก็นำของมาถวาย แต่สิ่งสำคัญที่สุด ก่อนจะรำแก้บนนั้นนางรำจะต้องกล่าวคำขอขมา ถวายตัว
ว่าชื่ออะไร เป็นนางรำตัวแทนของใครระหว่างรำแก้บนนั้นนางรำก็ต้องอธิฐานไปด้วยว่า เรารำแก้บนให้กับใคร
ซึ่งต้องระมัดระวังความผิดพลาดให้มากๆ ในฐานะที่เราเป็นตัวแทนสื่อถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์

การรำแก้บนนั้น เธอบอกว่านอกจากความสามารถในการรำ และการดูแลสัดส่วนให้เพิร์มอยู่ตลอดแล้วเรื่องข้อ
มูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการรำแก้บนนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับนางรำทุกคนที่ควรจะศึกษาข้อมูลให้ดี ไม่ว่าจะเป็น
การบูชาเทพแต่ละองค์ ว่าควรใช้ธูปอะไรกี่ดอก ของอะไร ใช้ดอกไม้หรือเครื่องถวายอะไรบ้าง และสิ่งหนึ่งที่ขาด
ไม่ได้คือ เรื่องข้อควรระวังต่างๆเพื่อที่จะค่อยให้คำแนะนำลูกค้าได้อย่างถูกต้อง อาทิ หลังจากการบนนั้นสำเร็จ
อย่างที่ขอ ควรแก้บนภายใน ๕-๗ วัน ไม่ควรปล่อยให้เกินกว่านี้ เพราะจะเหมือนกับการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นๆ
ซึ่งอาจจะเกิดผลร้ายแก่ผู้บนก็อาจจะเป็นได้ หรือการขอพรเทพองค์ใดนั้น นางรำต้องรู้ว่าควรหรือไม่อย่างไร เช่น
พระนางสร้อยดอกหมาก ที่วัดพนัญเชิง ไม่ควรบนเรื่องความรักเด็ดขาด หรือคู่รักสามี ภรรยา ไม่ควรเข้าไป กราบ
พร้อมกัน เพราะเป็นความเชื่อมาแต่โบราณและในพงศาวดารกล่าวไว้ว่า พระนางสร้อยดอกหมากนั้นกลั้นใจตาย
ในเรือพระที่นั่งที่ทอดลำรออยู่นอกเมือง เนื่องจากน้อยใจที่พระเจ้าสายน้ำผึ้งไม่ยอมมารับด้วยตัวเอง จึงเชื่อ
กันว่าท่านไม่ชอบเรื่องความรักเท่าใดนัก เป็นต้น

ทุกครั้งที่มีคนจ้างให้ไปรำแก้บน หมวยจะไม่ปฏิเสธนะคะ เพราะโดยส่วนตัวเชื่อว่า สิ่งที่เราทำทุกวันนี้น่าจะพา
เราไปในที่ที่ดี ซึ่งหมวยตั้งใจจะทำงานนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีคนจ้า อาชีพนี้คนอายุ 50-60 ปีก็ทำได้ แค่รัก
ษารูปร่างให้ดีก็พอเพราะการแต่งหน้าก็ช่วยให้เราดูเปลี่ยนไปได้เยอะ(หัวเราะ)