TOP

ลิงค์วัดต่างๆ
วัดท่าการ้อง
วัดประดู่ทรงธรรม
โทรทัศน์
ช่อง 3 ช่อง 5
ช่อง 7 ช่อง 9
ช่อง 11 ช่อง ITV
UBC Nation
โทรศัพท์
GSM 1-2-Call
DTAC Dprompt
Orange Hutch
True TOT
ส่งข้อความ
MobileQ 152
GSM DTAC
ข่าว/หนังสือพิมพ
เดลินิวส์
กรุงเทพธุรกิจ
กระแสหุ้น
ข่าวสด
คม ชัด ลึก
ฐานเศรษฐกิจ
โพสต์ทูเดย์
ไทยโพสต์
ไทยรัฐ
แนวหน้า
บ้านเมือง
ประชาชาติธุรกิจ
ผู้จัดการ
มติชน
สยามกีฬา
สยามธุรกิจ
สยามรัฐ
Bangkok Post
INN




โปรแกรมไหว้พระมหามงคลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ๙ วัด
รายละเอียดโปรแกรมที่ ๓


๑ วัดสุวรรณดาราราม
"วัดแห่งพระชนกนาถ ทวยราษฏร์พร้อมภักดี
บำเพ็ญบุญบารมี ถวายองค์จักรี พระจอมไทย "

เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิตราชวรวิหาร เดิมชื่อ วัดทอง สมเด็จพระปฏมบรมชนกแห่ง
ราชวงศ์จักรีทรงสร้างขึ้นครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่ถูเผาทำลายภายหลังกรเสียกรุงในปี
๒๓๑๐ รัชกาลที่ ๑ จึงโปรดให้ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ทั้งพระอารามโปรดให้ช่างเขียนภาพเทพชุม
นุม เขาพระสุเมรุ ไว้ที่ผนังพระอุโบสถตอนบน ส่วนตอนล่างเขียนเรืองพระเวสสันดรชาดก
เตมีย์ชาดก สุวรรสามชาดก วัดสุวรรณดารารามได้รับการบูรณะปฏสังขรณ์และสร้างศาสน
สถานขึ้นในทุกรัชสมัยของราชวงศ์จักรี โดยเฉพาะสมัยรัชการลที่ ๗ โปรดให้พระยาอนุ
ศาสน์จิตกร เขียนจิตกรรมภาพพระราชพงศาวดารสมัยสมมเด็จพระนเรศวรไว้บนรอบผนัง
ของพระวิหาร ฐานพระอุโบสถของวัดสุดวรรณดารารามมีลักษระเป็นโค้งสำเภาเรือ หรือตก
ท้องช้าง เป็นความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรม สิ่งศักดิ์สิทธิ์และการนมัสการที่สำคัญ คือ หลวง
พ่อทอง พระประธานในอุโบสถที่ให้กลิ่นอายของความศักดิ์สิทธิ์เมือเข้ามาเที่ยวชม นอกจาก
นี้ยังมีศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองที่มีความเชื่อถือในเรืองของโชคลาภละการเสี่ยงทาย
มหามงคล
เมตตามหานิยม บูชาพระรัตนตรัย



๒ วัดพุทธไธสวรรค์
"กุฏิพระพุทธโฆษาจารย์
พระปรางค์งามสง่า ศรัทธาท้าวอู่ทอง

สร้างขึ้นก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. ๑๘๗๖ ตรงบริเวณที่ประทับของพระเจ้าอู่ทอง หรือที่เรียกกันว่า ฑเวียงเหล็ก" สิ่งศักดิ์สิทธิ์และมหามงคล คือองค์พระประธานของวัดที่ชาวบ้านมักจะเรียกกันว่า "หลวงพ่อดำ" นอกจากนี้ยังมีกุฏิสมัยอยุธยาตอนปลายของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ สังฆราชาแห่งกรุงศรีอยุธยา มีการเขียนฝาผนังภายในฝีมือช่างหลวงอยุธยา เล่าเรื่องราวการเดินทางไปลังกาทวีปของพระพุทโฆษาจารย์ และเรื่องในไตรภูมิ ปรางค์ใหญ่สีขาวของวัดนี้เป็นหนึ่งในพระมหาธาตุเจดีย์สำคัญของกรุงศรีอยุธยา เล่ากันตามความเชื่อในสมัยก่อนว่า ผู้เดินทางผ่านวัดพุทไธศวรรย์จะกราบไหว้ขอพรให้ปลอดภัยในการเดินทาง และหากลูกเจ็บไข็ได้ป่าวยก็มักจะนำลูกของตนมาถวายเป็นลูกของพระเจ้าอู่ทอง และแก้บนด้วยการบวชถวายเมื่อครบอายะ
มหามงคล
เมตตามหานิยม อยู่ยงคลกระพัน รักษาโรคภัย หน้าที่การงาน การสอบเข้าทหารตำรวจและราชการ



๓ วัดพิชัยสงคราม
"น้อมย้อนรำลึก การสู้ศึกศัตรู แห่งพระเจ้ากรุงธนบุรี"



นอกจากนี้ยังมีกุฏิสมัยอยุธยาตอนปลายของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ สังฆราชาแห่งกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟ เป็นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำป่าสัก สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๙๐๐ เป็นวัดโบราณมีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มี
นามปรากฏในราชพงศาวดารว่า "วัดพิชัย" บางแห่งเขียนว่า "วัดพิไชย" ได้เปลี่ยนนามใหม่เป็น "
วัดพิชัยสงคราม" ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ประมาณรัชกาลที่ ๔ หรือ ๕ ในคราวที่ได้มีการบูรณะปฏิสังบคณ์เนื่องจากเป็น
วัดร้างในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมา ที่ได้นามอย่างนั้นถือเอาเหตุผลที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ตีฝ่าวงล้อมข้าศึก
ออกจากวัดพิชัยมาได้ นับว่าได้รับชัยชนะในการทำศึกครั้งนั้น ต่อมาเมื่อได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดขึ้น จึงขนานนามวัดเสีย
ใหม่เป็นการเทิดพระเกียรติและอนุสรห์แห่งสถานที่วันนี้ วัดพิชัยสงครามนับเข้าเป็นวัดชนิดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
แล้วนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๑๙๒๐
มหามงคล
การบูชาพระรัตนตรัย

 


๔ วัดท่าการ้อง
"สักการะหลวงพ่อยิ้มหรือพระพุทธรัตนมงคล
ชมศิลปะโบราณ ลวดลายวิจิตร"

ที่ตั้งวัดอยู่ใกล้กับวัดธรรมาราม เป็นที่ราบติดแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะเมือง อาคารเสนาสนะต่างๆ มีพระอุโบสถกว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๒๒ เมตร อายุ ๓๗๒ บูรณะเมื่อ ปี
๒๕๐๘ โครงสร้างก่ออิฐถือปูน หน้าบันและบายเครื่องบนเป็นไม้จำหลัก ซุ้มประตูหน้าต่างประ
ดับลายปูนปั้น บานประตูเขียนลวดลายรถน้ำรูปเสี้ยวกางประทับยืนบนหลังสิงห์โตจีน ช่องลมระ
เบียงด้านหน้าอุโปสถประดับเครื่องเคลือบเขียวมีกำแพงแก้วล้อมรอบอุโบสถ รูปแบบสถาปัตย
กรรมศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น ศาลาการเปรียญกล้างเป็นอาคารทรงไทยไม้สัก นอกจากนี้ยัง
มีกุฏิสงฆ์หอระฆมังทรง ๘ เหลี่ยม ๒ ชั้น ศาลาท่าน้ำ แจดีย์รายหน้าพระอุโบสถมีพระประฐาน
สมัยอยุธยาที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มีประชาชนเคารพนับถือมากคือ หลวงพ่อรัตนมงคล หรือ
(หลวงพ่อยิ้ม) วัดท่าการ้อง เป็นวัดโบราณมีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างขึ้นก่อนในปี พ.ศ. ใด (มาแล้วต้องมาอีก) ลิงค์ของวัด
มหามงคล
การบูชาพระรัตนตรัย ขอพรหลวงพ่อยิ้ม




๕ วัดกล้วย
"พระพุทธนิมิตพิชิตมาร งามตระหง่าน
เล่าขานทององค์ทรงเครื่อง ลือเลื่องพระทวาราวดี "

วัดกล้วย เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประมาณ พ.ษ.๒๒๐๐(ยุคของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) ติดกับแม่น้ำป่าสัก นอก เกาะตัวเมืองอยุธยาไปทางทิศตะวันออกใกล้กับสะพานนเรศวร หรือห่างจากสถานีรถไฟไปประมาณ ครึ่งกิโล วัดกล้วยเป็นวัดที่มีความสำคัญมากในทางประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นศูนย์กลางการค้าขายทางน้ำ เป็นที่จอดเรือสินค้าของชาวภาคเหนือ เคยเป็ฯสามรบ เป็นที่ตั้งกองทหารของพระเจ้าตากสินมหาราช ภายในวัดมีพระประธานในอุโบสถเก่าเป็นหินสมัยกรุงศรีอยุธยาสร้างด้วยทองเหลือง ภายในบรรจุด้วยวัตถุมงคล เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ ได้เกิดฟ้าผ่าบริเวณหอสวดมนต์ พระสาริกธาตุเสด็จมา พ.ศ.๒๕๓๑ อัธิธาตุของพระครูอินทวุฒิกร (หลวงปู่ต่วน อินทปัญโญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดกล้วยเป็ฯพระธาตุ มีพระพุทธรูปปางห้ามญาติยืนอยู่หน้าอุโบสถใช้สำหรับต่อดวงชะตา ต่ออายุ มีพระสีวลี สำหรับโชคลาภ ยืนอยู่ที่ต้นโพธิ์ พระประจำวัดเกิด อยู่รอบโบสถ์ มีแม่น้ำป่าสักสำหรับปล่อยปลาให้อาหารปลา ชื่อวัดกล้วยนั้นเป็นมงคลเป็นของสำหรับอธิษธานจิต
มหามงคล
ต่อดวงชะตา ต่ออายุ โชคภาพ เจริญรุ่งเรือง



๖ วิหารพระมงคลบพิตร
"กราบองค์พระมงคลบพิตร ตั้จิตศรัทธา
สักการะบูชา อยุธยาพระศรีนคร"

วิหารพระมคลบพิตร ภายในประดิษฐานพระมงคลบพิตรหรือ หลวงพ่อมงคลบพิตรพระคู่บ้านคู่
เมืองของอยุธยา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นบุสำริด ปางมารวิชัยขนาดใหญ่ลงรักิดทองก่ออิฐเป็น
แกนหน้าตักกว้าง ๔ วาเศษ สร้างขึ้นในสมัยพระไชยราชาธิราช เดิมอยู่ทางทิศตะวันออกนอก
พระราชวังหลวง ตรงบริเวณที่เคยเป็นวัดชีเชียง พระเจ้าทรงธรรมโปรดให้ชะลอมาไว้ทางด้าน
ตะวันตก สถานที่ซึ่งประดิษฐานอยู่ในปัจจุบัน และโปรดให้สร้างมณฑปสวมไว้ ต่อมาในแผ่น
ดินสมเด็จพระเจ้าเสือเกิดฟ้าผ่ายอดมณฑปพระมงคลบพิตรเศียรพระพุทธรูปหักลง จึงทรง
พระกรุณาโปรดฯให้รื้อมณฑปสร้างใหม่แปลงเป็นพระวิหารแทนจนพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
ได้มีการบูรณะครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง วิหารพระมงคลบพิตรถูกเผาทำลายในคราวเสียกรุง เมื่อ
ปี พ.ศ. ๒๓๑๐ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระยาดบราณราชธานินทร์สมุทเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า
ได้ทำการบูรณะต่อพระกรขวาและพระเมาฬี ปัจจุบันองค์พระมงคลบพิตรได้รับการบูรณะปิด
ทองสวยงามเป็นสง่าโดยมูลนิธิวิหารมงคล จึงนับได้ว่าพระมงคลบพิตร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และ
สิริมงคลที่สำคัญของอยุธยา
มหามงคล
เมตตามหานิยม สิริมงคลทุกด้าน

 


๗ วัดธรรมิกราช
"สิงห์ปั้นปูนตระการตา การาบบูชาพระพุทธคุณ
เกื้อหนุนนำศรัทธา พระอู่ทองสวยสง่าเป็นมงคล"

ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของพระราชวังหลวง มีเพียงตำนานที่กล่าวถึงว่าเดิมชื่อมุขราช
สร้างขึ้นในระยะก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยา โดยพระยาธรรมิกราชพระราชโอรสพระเจ้าสาย
น้ำผึ้ง วัดนี้มีความโดดเด่นตรงทางด้านสถาปัตยกรรมสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะพระ
เจดีย์ประธานทรงลังกาที่มีรูปพญานาค ๗ เศรียรแผ่พังพาน สิงห์ปูนปั้นแต่ละตัวมีลวดลายแตก
ต่างกัน โดยเฉพาะลายตรงแผงอกและตรงส่วนหัว ภายในวัดยังมีวิหารขนาดใหญ่ เคยเป็นที่
ประดิษฐานของพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ แต่ถูกเผาทำลายเหลือเพียงพระเศียร ปัจจุบัน
เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่างชาติเจ้าสามพระยา พระพุทธรูปสำริดองค์นี้ถือเป็นเอก
ลักษณ์ของศิลปะอู่ทองคือพระพักตร์เป็นสี่เหลี่ยมและเคร่งเครียด พระพักตร์ถมึงทึง จนชาว
บ้านเรียกกันทั่วไปว่า "หลวงพ่อแก่" วัดธรรมิกราชมีวิหารหลังเล็กๆ ที่ประ
ดิษฐานพระพุทะไสยาสน์องค์ใหญ่ ในลักษณะนอนขวางเกือบเต็มวิหาร เล่ากันว่าสร้างโดย
พระอัครมเหสีในสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากพระนางทรงบน
บานไว้ว่า ถ้าพระราชโอรถ ของพระนางหายจากอาการประชวนหนัก ก็จะทรงสร้างพระ
พุทธไสยสน์ถวายเป็นพุทธบูชา
มหามงคล
เมตตามหานิยม บูชาพระรัตนตรัย คุ้มครองรักษาโรคภัยอันตราย



๘ วัดตึก
"ขอพรอันเป็นมงคล แห่งพระเจ้าเสือ"

วัดตึกเป็นวัดราษฏร์ตั้งอยู่ริมถนนอู่ทอง ห่างจากอนุสรณ์สถานปรีดีพนมยงค์ ประมาณ ๒๐๐ เมตร เดิมเป็นพระตำหนักของของสมเด็จพระพุทธเเจ้าเสือ(ยังมีปรากฏอยู่) เมือเสด็จไปประทับ ณ วังจันทร์เกษม (วังหน้า) จึงสถาปนาตำหนักเดิมเป็ฯพุทธาวาส ประทานนามว่า "วัดตึก" พระตำหนักเดิมเป็นศาลาการเปรียญ และมีพระบรมรูปพระเจ้าเสือประดิษฐานอยู่ สำหรับวัดตึกนั้น เข้าใจกันว่าพระองค์ทรงพระราชอุทิศเมือครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศ เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล นามวัดตึกคงหมายถึง ตำหนักที่ก่อเป็นตึกที่ประทับนั่นเอง หลัง พ.ศ.๒๓๑๐ วัดตึกคงเป็ฯวัดร้าง จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๕) ได้มีผู้มีจิตศรัทธาร่าวมปฏิสังขรณ์ ได้เล่ากันว่า พระอาจารย์สาริกาลิ้นทองอาจารย์ของสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ เดิมจำพรรษาที่วัดศาลาปูน ก็ได้มาจำพรรษาที่วัดตึก
มหามงคล
สักการะขอพรพระพุทธเจ้าเสือ

 


๙วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร
"สถาปัตยกรรมเลื่องชื่อ ฝีมือวิจิตร
เนรมิตรให้คงอยู่ คู่วัดเสนา"


ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของพระราชวังหลวง มีเพียงตำนานที่กล่าวถึงว่าเดิมชื่อมุขราช
เดิมชื่อวัดเสื่อ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ได้รับการปฏิสังขรณ์โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ัชกาลที่ ๔ โดยปฏิสังขรณ์
ทั้งวัดแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๔๐๖ และทรงได้ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า "วัด
เสนาสนาราม" เป็นวัดธรรมยุตินิกาย ศาสนสถานที่สำคัญได้แก่ พระอุโบสถ ที่เป็น
สถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา หน้าบันด้านหน้าและด้านหลังเป็นไม้แะสลักปิดทอง ประดับกระจก
รูปช้างเอราวัณ ขนาบด้วยฉัตร เหนือเศียรช้างเอราวัณ มีพระราชลัญจกรในพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ มีพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ และพระวิหารพระอินทร์
แปลงซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัดแล้วภายในพระวิหารยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพจิตร
กรรมสมัยรัชกาลที่ ๔ ซึ่งยังคงความงดงามจนถึงปัจจุบัน
มหามงคล
บูชาพระรัตนตรัย