TOP

ลิงค์วัดต่างๆ
วัดท่าการ้อง
วัดประดู่ทรงธรรม
โทรทัศน์
ช่อง 3 ช่อง 5
ช่อง 7 ช่อง 9
ช่อง 11 ช่อง ITV
UBC Nation
โทรศัพท์
GSM 1-2-Call
DTAC Dprompt
Orange Hutch
True TOT
ส่งข้อความ
MobileQ 152
GSM DTAC
ข่าว/หนังสือพิมพ
เดลินิวส์
กรุงเทพธุรกิจ
กระแสหุ้น
ข่าวสด
คม ชัด ลึก
ฐานเศรษฐกิจ
โพสต์ทูเดย์
ไทยโพสต์
ไทยรัฐ
แนวหน้า
บ้านเมือง
ประชาชาติธุรกิจ
ผู้จัดการ
มติชน
สยามกีฬา
สยามธุรกิจ
สยามรัฐ
Bangkok Post
INN




โปรแกรมไหว้พระมหามงคลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ๙ วัด
รายละเอียดโปรแกรมที่ ๑


๑ วัดสะแก
"นมัสการหลวงปู่ดู่ บูชาพระรัตนตรัย
สร้างทานแต่ฝูงมัจฉา ณ.วัดสะแก"

หลวงพ่อพรหมปัญโญ(หลวงปู่ดู่) วัดสะแก เป็นที่รู้จักเลื่องลือในความศักดิ์สิทธิ์ของเครื่องรางของขลัง เมตตามหานิยม ประวัติของท่านเล่ากันว่าท่านอุปสมบทโดยมีหลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติการามเป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านเคยธุดงค์รุกขมูลไปตามแถบป่าจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี เป็นเวลานานก่อนกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสะแก ปฏิปทานของท่านคือ มีเมตตาต่อทุกๆ คน โดยเฉพาะผู้ที่สนใจการปฏิบัติกรรมฐานท่านจะรักและเมตตาเป็นพิเศษ ท่านมีวิธีการสอนธรรมะของท่านอย่างง่ายๆ ว่าเพียงการระลึกถึงพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพยังมี อานิสงฆ์มากมาย ที่พวกแกปฏิบัติบ่อยๆ ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นประจำมีอานิสงฆ์เพียงไร ปัจจุบันวัดสะแกมีรูปเหมือนท่านไว้ให้ประชาชนกราบไหว้บูชา นอกจากนี้บริเวณคลองหน้าวัด ยังเป็นอุทยานวังมัจฉา ที่มีฝูงปลาจำนวนมากมายหลายชนิด มาเวียนว่ายให้ท่านผู้ใจบุญได้ทำทานอีกด้วย ผู้ที่มานมัสการกราบไหว้หลวงปู่ดู่ก็มักจะนำอาหารมาเลี้ยงปลา เป็นนัยยะของการทำทาน บารมี ในการให้อีกอย่างหนึ่ง
มหามงคล
อาชีพหน้าที่การงาน เมตตามหานิยม คงกระพันชาตรี ทานบารมี


๒ วัดสมณโกฏฐาราม
"ท่องเที่ยวอโยธยา บูชานมัสการ
สืบสานพระศาสนา ศึกษาประวัติศาสตร์"

เป็นวัดโบราญเชื่อว่ามีมาก่อนการตั้งกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ในเขตเมืองอโยธยา ทางทิศตะวันออก
ของเกาะเมือง ไดัรับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่โดยเจ้าพระยาโกษาเหล็กและโกษาปาน วันนี้
สมเด็จพระนารายณ์ได้เสด็จมาพระราชทานเพลิงศพเจ้าแม่วัดดุสิต เป็นเป็นพระนมของพระงค์
และเป็นมารดาของเจ้าพระยาโกษาธิบดีทั้งสอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญภายในวัดประกอบด้วยฐาน
พระปรางค์ขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยระเบียงคดรูปสี่เหลี่ยม จากการขุดแต่งบูรณะโดยกรมศิลปา
กรพบว่าปรางค์ดังกล่าวเป็นปรางค์ที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลา ซึ่งสร้างครอบทับเจดีย์ทรง
ระฆังกลมที่ตั้งอยู่บนลานประทักษิณเชื่อกับเจดีย์ประจำมุมทั้งสี่ ่มีกำแพงแก้วล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง
ถัดออกมาท่างทิศตะวันออก นอกระเบียงมีวิหารขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับการบูรณะเพิ่มเติมในสมัย
อยุธยาตอนปลาย เช่นเดียวกับพระอุโบสถซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของวัดในแนวเดียวกันวัน
นี้มีประปรางค์องค์หนึ่งมีลักษณะคล้ายกับเจดีย์วัดเจ็ดยอด เล่ากันว่าเจ้าพระยาโกษา (เหล็ก)
ชอบใจและถ่ายแบบมาตั้งแต่ครั้งขึ้นไปตีเมืองเชีงใหม่ ปัจจุบันเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่
โดยสร้างเสนาสนะอยู่ทางสิสศใต้ของโบราณสถาน
มหามงคล
บูชาบูรพกษัตริย์ กตัญญูเวทิตา เมตตามหามงคล


๓ วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร
"พระพุทธนิมิตพิชิตมาร งามตระหง่าน
เล่าขานทององค์ทรงเครื่อง ลือเลื่องพระทวาราวดี "

ตั้งอยู่ริมคลองสระบัวตรงข้ามกับกับพระราชวังหลวงชื่อเดิมว่า "วัดหน้าพระเมรุราชิการราม" สร้างขึ้นในสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา เป้นวัดเดียวที่ไม่ถูกทำลายในคราวเสียกรุงฯ ได้รับการบูรณะปฏิสังขขรณ์ในสมัยรัตนโกสินทร์ พระอุโบสถเป็นศิลปะแบบอยุธยาแท้ ห้าบรรณแกะสลักไม้เป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ พร้อมด้วยหมู่เทพพนม 16 คงค์ มีการเจาะช่องแสงแทนการใช้หน้าต่างเพดานแกะสลักไม้เป็นรูปดวงดาว สิ่งศักดิ์สิทธิ์และการนมัสการที่สำคัญ คือ พระประธานในพระอุโบสถพระนามว่า "พระพุทธนิมิตรพิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลนาถ" เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยหล่อสำริด ปางมารวิชัย พุทธลักษณะงดงามตระการตาในศิลปะแบบปราสาททอง สมัยรัชกาลที่ 3 ได้มีการปฏิสังบรณ์วัดหน้าพระเมรุครั้งใหญ่ โดยยังคงรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้ เละโปรดให้อัญเชิญพระพุทธรูปศิลาแบบนั่งห้อยพระบาท "พระคันธารราฐ" ศิลปะแบบทวาราวดีจากวัดมหาธาตุมาประดษฐานไว้ในพระวิหารน้อย วัดหน้าพระเมรุรชิการาม มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวและการทำบุญตามแบบอย่างพระพุทธศาสนา ผู้ที่มาเทียวนมัสการวัดต่างๆ ในอยุธยาแล้ว หากไม่ได้มาเยี่ยมชม สักการะพระทรงเครื่องวัดหน้าพระเมรุ ก็ดูเหมือนกับว่าไม่ได้มาถึงของดีในอยุธยาอีกที่หนึ่งเลยทีเดียว
มหามงคล
ความเจริญรุ่งเรือง การขอความสำเร็จในหร้าที่การงาน และเมตตามหานิยม


๔ วัดท่าการ้อง
"สักการะหลวงพ่อยิ้มหรือพระพุทธรัตนมงคล
ชมศิลปะโบราณ ลวดลายวิจิตร"

ที่ตั้งวัดอยู่ใกล้กับวัดธรรมาราม เป็นที่ราบติดแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะเมือง อาคารเสนาสนะต่างๆ มีพระอุโบสถกว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๒๒ เมตร อายุ ๓๗๒ บูรณะเมื่อ ปี
๒๕๐๘ โครงสร้างก่ออิฐถือปูน หน้าบันและบายเครื่องบนเป็นไม้จำหลัก ซุ้มประตูหน้าต่างประ
ดับลายปูนปั้น บานประตูเขียนลวดลายรถน้ำรูปเสี้ยวกางประทับยืนบนหลังสิงห์โตจีน ช่องลมระ
เบียงด้านหน้าอุโปสถประดับเครื่องเคลือบเขียวมีกำแพงแก้วล้อมรอบอุโบสถ รูปแบบสถาปัตย
กรรมศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น ศาลาการเปรียญกล้างเป็นอาคารทรงไทยไม้สัก นอกจากนี้ยัง
มีกุฏิสงฆ์หอระฆมังทรง ๘ เหลี่ยม ๒ ชั้น ศาลาท่าน้ำ แจดีย์รายหน้าพระอุโบสถมีพระประฐาน
สมัยอยุธยาที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มีประชาชนเคารพนับถือมากคือ หลวงพ่อรัตนมงคล หรือ
(หลวงพ่อยิ้ม) วัดท่าการ้อง เป็นวัดโบราณมีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างขึ้นก่อนในปี พ.ศ. ใด (มาแล้วต้องมาอีก) ลิงค์ของวัด
มหามงคล
การบูชาพระรัตนตรัย ขอพรหลวงพ่อยิ้ม


๕ วัดสามวิหาร
"นมัสการพระนอนองค์ใหญ่ ขอพรหลวงพ่อขาว
หลวงพ่อโต เสริมมงคลชีวิต

สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น หรืออาจก่อนนั้นประมาณ พ.ศ. ๑๙๒๐ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๑๙๓๐ เดิมชื่อว่า "วัดสามพิหาร"ต่อมาภายหลังเปลี่ยนเป็น "วัดสามวิหาร" เนื่องจากเดิมั้นมี ๓ วิหาร คือ วิหารพระนอน วิหารพระนั่ง และวิหารพระยืน ปัจจุบันเหลืออยู่ ๒ วิหาร คือ วิหารพระนอนและวิหารพระนั่งเท่านั้น วัดสามวิหาร มีดบราญวัตถุและโบราณสถานซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นโบราณสถาน ดังนี้ พระพุทธไสยาสน์(พระนอน) พระพุทธรูปปูนปั้นแบบสุโขทัย พระพักตร์หน้านาง ยาว ๒๐.๙๐ เมตร อายุกว่า ๖๐๐ ปี หลวงพ่อขาว เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น หน้าตักกล้าง ๔.๖ เมตร เจดีย์ใหญ่ทรงลังกา สูงประมาณ ๔๐ เมตร ได้รับการบูรณะเรียบร้อยแล้ว หลวงพ่อโตอยู่ในอุโบสถ หน้าตักกล้าง ๓.๖ เมตร มีเสมาหินสลักขนาดใหญ่ ๑๗ ใบ และศาลเสด็จเจ้าพ่อสมศักดิ์ตั้งงอยู่ริมถนนใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ วัดสามวิหารกำลังพัฒนาให้เป็นที่ท่องเทียวอีกวัดหนึ่ง
มหามงคล
เมตตามหานิยม


๖ วิหารพระมงคลบพิตร
"กราบองค์พระมงคลบพิตร ตั้จิตศรัทธา
สักการะบูชา อยุธยาพระศรีนคร"

วิหารพระมคลบพิตร ภายในประดิษฐานพระมงคลบพิตรหรือ หลวงพ่อมงคลบพิตรพระคู่บ้านคู่
เมืองของอยุธยา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นบุสำริด ปางมารวิชัยขนาดใหญ่ลงรักิดทองก่ออิฐเป็น
แกนหน้าตักกว้าง ๔ วาเศษ สร้างขึ้นในสมัยพระไชยราชาธิราช เดิมอยู่ทางทิศตะวันออกนอก
พระราชวังหลวง ตรงบริเวณที่เคยเป็นวัดชีเชียง พระเจ้าทรงธรรมโปรดให้ชะลอมาไว้ทางด้าน
ตะวันตก สถานที่ซึ่งประดิษฐานอยู่ในปัจจุบัน และโปรดให้สร้างมณฑปสวมไว้ ต่อมาในแผ่น
ดินสมเด็จพระเจ้าเสือเกิดฟ้าผ่ายอดมณฑปพระมงคลบพิตรเศียรพระพุทธรูปหักลง จึงทรง
พระกรุณาโปรดฯให้รื้อมณฑปสร้างใหม่แปลงเป็นพระวิหารแทนจนพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
ได้มีการบูรณะครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง วิหารพระมงคลบพิตรถูกเผาทำลายในคราวเสียกรุง เมื่อ
ปี พ.ศ. ๒๓๑๐ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระยาดบราณราชธานินทร์สมุทเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า
ได้ทำการบูรณะต่อพระกรขวาและพระเมาฬี ปัจจุบันองค์พระมงคลบพิตรได้รับการบูรณะปิด
ทองสวยงามเป็นสง่าโดยมูลนิธิวิหารมงคล จึงนับได้ว่าพระมงคลบพิตร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และ
สิริมงคลที่สำคัญของอยุธยา
มหามงคล
เมตตามหานิยม สิริมงคลทุกด้าน


๗ วัดเชิงท่า
"ธรรมมาสน์โบราณ ร่วมสืบสานพระศาสนา
ถวายทานพุทธบูชา งานสง่าพระปรางค์ใหญ่ "

โบราณสถานที่ยังปรากฏอยู่ทุกวันนี้ คือ อุโบสถ 1 หลัง วิหาร 1 หลัง พระปรางค์ใหญ่ 5 ยอด 1 องค์ กับ พระเจดีย์อีกเป็นจำนวนมากกับมีศาลาการเปรียญ ผนัง ก่ออิฐถือปูน มีช่อฟ้าใบระกา หลังคามุงกระเบื้องไทย ภายในมีภาพเขียนสีแบบไทยหรือที่เรียกกันว่า จิตกรรม ฝาผนังเรื่องพุทธประวัติในปฐมสมโพธิกถา โดยครูแข และคณะเป็นผู้เขียนในรัชกาลที่ 4 ภายในศาลาการ เปรียญด้านทิศตะวันตก มีธรรมาสน์สำหรับพระสงฆ์ 4 รูป สวดรับเทศนั่งได้ 4 รูป เป็นสังเค็ตไม้ 1 หลัง สลักปิด ทองอีก 1 หลัง ฝีมือประณีตงดงามมาก กล่าวกันว่า เป็น ฝีมือช่างครั้งสมัยอยุธยา (กรมศิลปากรควรขอไปเก็บ รักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา เกรงว่าจะชำรุดเสียหาย) ในรัชกาลที่ 3 ณ ที่วัดนี้เป็นที่อยู่ของกวีไทยท่านหนึ่ง คือ "หลวงจักรปาณี" หรืออีกนัยหนึ่งว่า "มหาฤกษ์" ผู้แต่ง นิราศพระปฐม นิราศทวาราวดี นิราศกรุงเก่า นิราศปถวี และ โครงภาพรามเกียรติ์ใน วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กับเสภาอาบูหะซัน อนึ่ง ระหว่างวัดเชิงท่าไปจนถึงวัดพนมยงค์ (วัดพนม โยง) เคยเป็นที่ตั้งโรงเรือพระที่นั่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ด้วย แต่ก่อนมีลำรางอยู่แห่งหนึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า "คูไม้ร้อง" เนื่องจากนางไม้มาดเรือพระที่นั่งร้องขึ้น จึงเรียกเช่นนั้น ตามบริเวณดังกล่าวนี้ ปรากฏว่ามีผู้ขุดพบ ซากเรือซึ่งจมอยู่ใต้ดินบ่อย ๆ
มหามงคล
เมตตามหานิยม บูชาพระรัตนตรัย


๘ วัดราชประดิษฐาน
"วัดที่พระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์"

วัดราชประดิษฐาน อยู่ริมคลองประข้าวเปลือก ฝั่งตะวันตก ถนนอู่ทอง ตำบลหัวรอ อำเภอพระนคร ศรีอยุธยา วัดนี้สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เป็น วัดที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ครั้งดำรงพระอิสริยยศ เป็นพระเฑียรราชทรงผนวชอยู่ และเมื่อก่อนเสีย กรุงฯ ใน พ.ศ. 2310 พระเจ้าอุทุมพรกรมขุนพร พินิต (ขุนหลวงหาวัด) ซึ่งทรงผนวชอยู่ ณ วัด ประดู่โรงธรรม นอกพระนครก็ได้เสด็จมาประทับ อยู่ ณ วัดนี้ จวบจนกระทั้งเสียกรุงฯ แล้ว จึงถูกพม่า เชิญไปยังประเทศพม่าด้วย ที่วัดนี้มีสิ่งที่ควรทราบอยู่อย่างหนึ่งคือ ที่ผนัง พระอุโบสถเก่าของวัดนี้มีภาพเขียนสมัยอยุธยา เป็นรูปภาพสมัยครั้งคนไว้ผมยาว พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เคยเสด็จพระ ราชดำเนินมาทรงทอดพระเนตร และโปรดเกล้าฯ ให้กรมขุนรชสีหวิกรมถ่ายอย่างภาพนั้นไว้ ใน รัชกาลที่ 5 แรกเสวยราชย์ก็เสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตรภาพเขียนดังกล่าวนี้ถึง 2 ครั้ง ปัจจุบันปรากฏว่ารูปภาพลบเลือนไปหมด เพราะ พระอุโบสถไม่มีหลังคา และพระอุโบสถหลังนี้ ทางวัดได้รื้อถอนเมื่อ พ.ศ. 2507 เพื่อสร้าง พระอุโบสถใหม่ ในปัจจุบันได้รวม "วัดท่าทราย" (ร้าง) ซึ่งในรัชสมัยสมเด็จพระบรมโกศเป็นที่อยู่ ของพระมหานาค ผู้รจนา "ปุณโณวาทคำฉันท์" อันมีชื่อเสียงอยู่ในวงวรรณคดีทุกวันนี้ เข้าเป็น วัดเดียวกันด้วย เรียกว่า "คณะท่าทราย
มหามงคล
เสริมสร้างบารมี เจริญรุ่งเรือง


๙ วัดศาลาปูนวรวิหาร
"นมัสการหลวงพ่อสวัสดิ์ ชมวัดสงบใจ
หอไตรโบราณ ตระการพื้นถ่อนพิพิธภัณฑ์"

มีฐานะเป็นพระอารามหลวงสร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธนี ได้รับการบูรณะปฏิ
สังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชการลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕ สิ่งศักดิ์สิทธิ์และสิริมงคลที่สำคัญภาย
ในวัดศาลาปูน คือพระพุทธรูปสำริดสมัยอยุธยา หลวงพ่อแขนลาย ซึ่งแขนด่านหนึ่งขององค์
พระมีการลงอักขรยันต์ไว้อย่างชัดเจนเชื่อกันว่าเป็นรูปเคารพของพระพรมไตรโลกนาถและ
พระศรีอารย์ เป็นที่เล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์และการบนบานศาลกล่าวที่ประสบความสำเร็จ
ในหลายๆ เรื่องมาแล้ว เคยถูกขโมยหลายครั้งแต่ไม่สามารถนำองค์พระออกไปได้ ภายใน
วัดยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่นภาพเขียนฝาผนังฝีมือช่างหลวง ภายในพระอุโบสถหอ
ไตรโบราณสมัยอยุธยา และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ที่รวบรวมธรรมมาสน์ ตู้ลายรถน้ำ คัมภีร์พระ
ไตรปิฏก และสิ่งของเครื่องใช้สมัยโบราญไว้อย่างสมบูรณ์
มหามงคล
รุ่งเรืองในหน้าที่การงาน เมตตามหานิยม คงกระพันชาตรี